ค้นหาด่วน :
www.somboontours.com
 
 
 
ภาพคลิปวีดีโอ ทัวร์ :
   
ทัวร์ช้าง 1
ทัวร์ช้าง 2
หยกและอัญมณี
กระเหรี่ยงคอยาว
การทอผ้าไหมไทย
   



ในฤดูนี้ทัวร์ที่น่าสนใจ Code TBT 001.. Code TBT 003.. Code TMH 002 .. Code CNT 001.. Code TMH 004..

สำหรับท่านผู้ที่มีเวลาน้อยชม..การวาดลวดลายบนร่ม,ทอผ้าไหม,ประดิษฐ์เครื่องเงินและอัญมณี,แกะสลักไม้สัก.

การแสดงช้าง,การนั่งช้างชมหมู่บ้านชาวลีซอ,นั่งเกวียนเทียบวัว,ล่องแพไม้ไผ่,ชมศูนย์หัตถกรรมร่มบ่อสร้าง.

ทัวร์แม่ฮ่องสอน3วัน 2คืน. เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ,ทางประวัติศาสตร์,ทางประเพณีและวัฒนธรรม.

หากมาเชียงใหม่ต้องชิมข้าวซอยหากไม่ได้ขึ้นดอยเหมือนไม่ได้มาเชียงใหม่ไปต่อที่ศูนย์หัตถกรรมบ้านบ่อสร้าง

โปรแกรมทัวร์์  :  TCR 001-002
เชียงราย-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ-แม่สาย-หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า และอีก้อ
กะเหรี่ยงคอยาว
สามเหลี่ยมทองคำ-เชียงแสน
หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร
 
Back Page  
Code :   กะเหรี่ยงคอยาว

ข้อมูลเพิ่มเติม


 
"หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว" และรวมหมู่บ้านชาวเขา จ.เชียงราย.

"กะเหรี่ยงคอยาว"

"อาข่า" (อีก้อ)

"ลาหู" (มูเซอ)

"เย้า" (เมี้ยน)







































 หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว และรวมหมู่บ้านชาวเขา จ.เชียงราย

(ข้อมูลเพิ่มเติม)

  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural tourism) ชนเผ่า รวมหมู่บ้านชาวเขา และหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จ.เชียงราย

 

 

 

เที่ยวชม
- กะเหรี่ยงคอยาว, อาข่า(อีก้อ), ลาหู(มูเซอ), กะเหรี่ยง, เย้า(เมี้ยน), ลีซอ(ลีซู), ม้ง(แม้ว)
- บริการที่พักแบบ Home Stay
- ศึกษาวัฒนธรรม
- ศึกษาการเพาะปลูก/เกษตรกรรม/การทำนา
- บริการที่พักแบบกางเต้นท์ Camping ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แวดล้อมด้วยความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ

ความงามของเผ่าพันธ์ ความงามหลากหลายของชนชาติ วิถีที่แตกต่าง ความหลากหลายที่เหลืออยู่สื่อออกมาในรูปแบบของรูปภาพที่จารึกไว้ในรูปภาพและถูกถ่ายทอดออกทางรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตความหลากหลายเป็นความงามจะยังคงอยู่ในรูปภาพ แม้ว่าการเป็นเผ่า ม้ง,เมี่ย,อาข่า,ลาหู่,ลีซี,กะเหรี่ยง, ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมขนบธณรมเนียมที่แตกต่าง จุดต่างตรงที่นี่เอง ที่เป็นจุดสำคัญของความงามหลงไหลทุกครั้งเมื่อพบเห็น พื้นที่ของจังหวัดเชียงรายมีกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ทั้งตามที่ราบและบนดอยสูง ซึ่งชนแต่ละกลุ่มจะมีศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมแตกต่างกันไปตามแต่วิถีดั้งเดิมที่บรรพบุรุษได้ปฏิบัติสืบทอดกันมา โดยประชากรในเชียงรายสามารถจำแนกออกเป็นชนชาติต่างๆได้ดังนี้

 

ชาวกะเหรี่ยงคอยาว เรียกว่าตัวเองว่า ชาวปะด่อง ชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้อพยพมาจากประเทศพม่า สิ่งที่น่าสนใจคือการแต่งกายของผู้หญิงเผ่านี้ คือการนำห่วงทองเหลืองมาสวมคอ จึงทำให้มองดูคอยาวกว่าคนปกติ มีตำนานเล่ากันมานานหลายตำนานอย่างเช่น ลวดทองเหลืองที่พันคอชาวกะเหรี่ยงคอยาวนั้น เมื่อก่อน ชาวปะด่องได้ไปเห็นหงส์ที่แสงสวยงามเข้า จึงอยากให้คอของตัวเองมีความอ่อนช้อยงดงามดังหงส์จึงเขาขดลวดมาพันคอ , ตำนานที่ 2 ชาวปะด่องนั้นอาศัยอยู่ในป่า มีภูติผีอยากให้ชาวปะด่องตายทั้งหมดจึงแปลงร่างมาเป็นเสือเพื่อกินผู้หญิงชาวปะด่องจะได้ไม่มีไว้สืบลูกหลาน ผู้หญิงชาวปะด่องจึงต้องป้องกันตัวโดยการพันโหละไว้รอบคอ แขนและขา กันเสือกัดตาย , ตำนานที่ 3 ชาวปะด่องนั้น โดยพม่ารุกรานมาตีบ้านเกิดเมืองนอน มีเจ้าหญิงกับข้าราชบริพารบางส่วนที่หลบหนีออกมาได้ วันที่หนีมา องค์หญิงได้มีพืชชนิดหนึ่งสีเหลืองทอง ชื่อว่า ปะด่อง คล้องที่คอ (พระศอ) ก็ได้ทรงประกาศว่า " หากวันใดที่ยังไม่ได้กลับมาเป็นใหญ่ในบ้านเกิดเมืองนอน ตราบนั้น จะไม่เอาพืชนั้นออก" แล้วจึงเป็นวัฒนธรรมที่วิวัฒนาการมาเป็นลวดทองเหลืองในปัจจุบัน

 
 
อาข่า หรือ อีก้อ อาข่าแปลตามภาษาของอาข่าได้ว่า อา...เป็นคำขึ้นต้นที่อาข่าใช้เรียกบุคคล ข่า..แปลว่า ไกล-ห่างไกล เมื่อมารวมกันจึงให้ความหมายว่ากลุ่มคนที่อาศัยอยู่บนดอยสูง ซึ่งห่างไกลจากความเจริญ ฉะนั้นวิถีของอาข่าจึงเป็นแบบง่ายๆไม่ยึดติดกับอะไรมากไปอาข่าเป็นชนเผ่าหนึ่งที่มีการนับเดือน เพื่อใช้ดำเนินการประกอบกิจวัตรประจำวัน ทั้งทางด้านพิธีกรรมประเพณี หรือการเกษตร เป็นต้น

พิธีกรรม ที่สำคัญมีดังนี้. พิธีปลูกประตูหมู่บ้าน (ประตูผี) อาข่ามีความเชื่อต่อการทำประตูหมู่บ้านว่า เพื่อไม่ให้ภูตผีปีศาจ,โรคภัยไข้เจ็บ ทุกชนิดไม่ให้เข้ามาในชุมชน เป็นการปกป้อง คุ้มครองคนในชุมชน ซึ่งประตูหมูบ้าน นี้ห้ามบุคคลทุกเพศทุกวัยแตะต้องโดยเด็ดขาด, พิธีโล้ชิงช้า เป็นพิธีโล้ชิงช้าของชาวอาข่าและฉลองผลิตผล ทางการเกษตรและถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ ประเพณีของผู้หญิง, พิธีไหว้บรรพบุรุษ, เป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูอดีตผู้นำทางวัฒนธรรม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งมาก่อน,พิธีไหว้ต้อนรับวิญญาณ บรรพบุรุษ 7 ชั่วโคตร เป็นการจัดพิธีกรรมต้อนรับเหล่าบรรพบุรุษที่ลงมา จากสวรรค์เพื่อเยี่ยมเยียนลูกหลาน.

ลาหู่ หรือ มูเซอ ลาหู่เป็นชนเผ่าที่มีความเข้มแข็ง และมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ถึงแม้ว่าจะยังชีพด้วยการเป็นชาวนา ปลูกข้าว และข้าวโพด เพื่อการบริโภคในครัวเรือน ลาหู่ ยังภูมิใจกับการเป็นนักล่าสัตว์ เขาจะเคร่งครัดกับกฎระเบียบของความถูกและผิด ทุกๆ คนจะตอบคำถามในพื้นฐานเดียวกับคนรุ่นเก่า โดยที่ให้ความสำคัญกับการเป็นครอบครัวขยายน้อยกว่าเผ่าอื่นๆ ชาวลาหู่ยังเข้มแข็งต่อการยึดมั่นต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และทำงานด้วยกันเพื่อยังชีพ ลาหู่อาจเป็นกลุ่มคนที่มีความเท่าเทียมทางด้านเพศมากที่สุดในโลก

 

กะเหรี่ยง หรือ ปะกาเกอญอ  กะเหรี่ยงเป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่หลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง.

  กะเหรี่ยงมีความผูกพันกับช้างเป็นอย่างมาก "ความผูกพันลึกซึ้งและยาวนาน" สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงทำสงครามกะเหรี่ยงได้ร่วมมือกับทหารไทย โดยใช้ช้างเป็นพาหนะ ในการลำเลียง สิ่งของ เสบียง อาหาร ให้กับทหารไทยในการรบครั้งนั้นและการทำสัมปทานไม้ในสมัยนั้น จำเป็นต้องมี ช้างและควานช้างชาวกะเหรี่ยงช่วยในการลากไม้ซุง 

เย้า หรือ เมี่ยน  รับอิทธิพลจากจีนมากที่สุด ทั้งภาษาพูดและเขียน นิสัยขยัน อดทน ความเป็นอยู่จึงค่อนข้างดีกว่าเผ่าอื่นๆ ประเพณีที่โดดเด่นคือ พิธีลุยไฟในงานประเพณีปีใหม่ ทุกวันนี้ ระบุให้ลูกหลานเมี่ยน ปกปิดร่างกายของผันหู ผู้ให้กำเนิดเมี่ยน โดยใช้เสื้อลายห้าสีคลุมร่าง เข็มขัดรัดเอวผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ผูกที่หน้าผาก กางเกงลายปิดก้น ผ้าลายสองผืนปิดที่ขา เชื่อกันว่าจากตำนานนี้เองทำให้เมี่ยนใช้เสื้อ ผ้าคาดเอวผ้าโพกศีรษะ และกางเกงที่ปักด้วยห้าสี มื่อแต่งกายตามจารีตประเพณีก็พอจะทราบได้ว่ามีถิ่นฐานอยู่ในท้องที่ใด หรืออยู่ในกลุ่มใด แต่มีบ้างที่กลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกันจะมีการลอกเลียนแบบซึ่งกันและกันบ้างการปักลายเมี่ยนจะจับผ้า และจับเข็มแตกต่างกับเผ่าอื่น ๆ เมี่ยนจะปักผ้าจากด้านหลังผ้าขึ้นมายังด้านหน้าของผ้าเมี่ยนจึงต้องจับผ้าให้ด้านหน้าคว่ำลง เมื่อปักเสร็จแต่ละแถวแล้วก็จะม้วน และใช้ผ้าห่อไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ การปักลายเสื้อผ้าเพื่อใช้ทำเป็นเครื่องแต่งกาย และของใช้ตามจารีตประเพณี ถึงแม้เมี่ยนจะปักลายตามความเชื่อนี้ แต่เมี่ยนไม่ได้ถือว่าลายปักนั้น เป็นเครื่องลางของขลังหรือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การปักลายจึงเน้น ที่ความสวยงามมากกว่าที่จะเป็นเครื่องลางของขลัง นอกจากนี้เมี่ยนยังเชื่อว่ากางเกงของผู้หญิง เป็นของต่ำไม่สมควรที่จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่อาจเป็นไปได้ที่ว่าเมี่ยนต้องการแสดงให้เห็นว่า เมี่ยนเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อในเรื่องเทพยดา.


   ลีซอ(ลีซู)  ลีซู มีตำนานเล่าคล้ายๆ กับชนเผ่าหลายๆ เผ่าในเอเชียอาคเนย์ถึงน้ำท่วมโลกครั้งใหญ ซึ่งมีผู้รอดชีวิตอยู่เพียงหญิงหนึ่งชายหนึ่งซึ่งเป็นพี่น้องกัน เพราะได้อาศัยโดยสารอยู่ในน้ำเต้าใบมหึมา พอน้ำแห้งออกมาตามหาใครก็ไม่พบ จึงประจักษ์ใจว่าตนเป็นหญิงชายคู่สุดท้ายในโลก ซึ่งถ้าไม่สืบเผ่ามนุษยชาติก็ต้องเป็นอันสูญพันธุ์สิ้นอนาคต แต่ก็ตะขิดตะขวางใจในการเป็นพี่น้อง เป็นกำลังจึงต้องเสี่ยงทายฟังความเห็นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เห็นมีโม่อยู่บนยอดเขาจึงจับตัวครกกับลูกโม่แยกกันเข็นให้กลิ้งลงจากเขาคนละฟาก โม่เจ้ากรรมพอจะถึงตีนก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง อุตสาห์กลิ้งอ้อมตีนเขาไปรวมกันเข้ารูปเดิมอย่างดิบดี ไม่ว่าจะลองเสี่ยงทายด้วยอะไรก็จะได้ผลแบบนี้ทั้งนั้น พี่ชายน้องสาวเห็นว่าพระเจ้ายินยอมพร้อมใจให้สืบพันธุ์แน่ๆ จึงตั้งหน้าตั้งตาผลิต ทั้งลูกชายทั้งลูกสาวซึ่งจับคู่กันเป็นต้นเผ่า

ม้ง(แม้ว)  ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่าชนชาติม้งมาจากที่ไหน แต่สันนิษฐานกันว่าม้งคงจะอพยพมาจากที่ราบสูงธิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง (แม่น้ำฮวงโห) เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ฮุนหนำ กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีนมาหลายศตรรษ จนกระทั่ง ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม เพราะเห็นว่าม้งที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนรัสเซีย ทำให้คนจีนคิดว่า ม้งเป็นคนรัสเซีย จึงเป็นเหตุให้มีการปราบปรามม้งเกิดขึ้น โดยให้ชาวม้งยอมจำนน และยอมรับวัฒนธรรมของจีน และอีกประการหนึ่งคือเห็นว่า ม้งเป็นพวกอนารยชนแห่งขุนเขา (คนป่าเถื่อน) จึงได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ในเมืองพังหยุนในปี พ.ศ.2009 และการต่อสู้ในมณฑลไกวเจาในระหว่าง พ.ศ. 2276 - 2278 และการต่อสู้ในมณฑลเสฉวนในระหว่าง พ.ศ. 2306 – 2318

<< กลับหน้าเดิม

 



Tour rate :

จำนวน 

<< ย้อนกลับ  
   
 
 
 
© 2006, Somboon Tour
This website is designed & develloped by Chiangmaizone dot com

Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0