ค้นหาด่วน :
www.somboontours.com
 
 
 
ภาพคลิปวีดีโอ ทัวร์ :
   
ทัวร์ช้าง 1
ทัวร์ช้าง 2
หยกและอัญมณี
กระเหรี่ยงคอยาว
การทอผ้าไหมไทย
   



ทัวร์แม่ฮ่องสอน3วัน 2คืน. เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ,ทางประวัติศาสตร์,ทางประเพณีและวัฒนธรรม.

เข้ามาบริหารต่อได้เลยไม่ต้องทำอะไรแล้ว. ADMINISTRATION CAN NOT DO IT THEN.

ในฤดูนี้ทัวร์ที่น่าสนใจ Code TBT 001.. Code TBT 003.. Code TMH 002 .. Code CNT 001.. Code TMH 004..

มาที่นี่มาดูของดีคือแปลงผักหลายสี วิวที่แสนสวยตามด้วยไร่องุ่นดำไร้เม็ด ขุนเขาโอบกอดฟ้า ณ ดอยม่อนแจ่ม

เป็นตำนานการให้บริการนำเที่ยวเกิน 12ปี มีผลงานที่ดี ให้ความสูขสมใจ และความปลอดภัยในการเดินทาง

โปรแกรมทัวร์์  :  TCR 001-002
เชียงราย-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ-แม่สาย-หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า และอีก้อ
กะเหรี่ยงคอยาว
สามเหลี่ยมทองคำ-เชียงแสน
หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร
 
Back Page  
Code :   สามเหลี่ยมทองคำ-เชียงแสน

ข้อมูลเพิ่มเติม


 
"ป้ายสามเหลี่ยมทองคำ" ที่บรรจบกันของแม่น้ำโขงนี้อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามไปชม ”ตลาดลาว” ที่บ้านดอนซาว.

แม่น้ำโขง" มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศทิเบธ เป็นแม่น้ำที่ได้ชื่อว่าไหลผ่านประเทศ ต่างๆมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2,650

ถ้าต้องการที่จะ"ล่องเรือหางยาวชมฝั่งโขง"และตลาดลาว “บ้านดอนซาว” “เกาะดอนทราย” (ลาว) นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วเรือได้ที่ฝั่งไทย.

บริการล่องแม่น้ำโขงชมทัศนียภาพและธรรมชาติอันงดงามไปทางเขตพม่าก่อน ผ่านแม่น้ำรวกขึ้นต่อไปจนถึงโรงแรมพาราไดซ์ "บ่อนคาสิโน" เมื่อมาถึงจุดนี้ เรือหันลำกลับไปทางฝั่งลาว เรือมุ่งหน้าไปยัง บ้านดอนซาว เกาะดอนทราย (ลาว)

"โรงแรมพาราไดซ์" ของพม่าซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่คนไทยและต่างชาตินิยมเหมาเรือไปเล่นคาสิโนที่นั่น.

"ตลาดปลอดภาษีของลาว" บ้านดอนซาว เกาะดอนทราย ซึ่งอยู่ในเขตเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว.

“บ้านดอนซาว” “เกาะดอนทราย” ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์เราจะได้เห็นดอกงิ้วสีส้มสด บานสะพรั่งไปทั่วเกาะ นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้แปลก ๆ ที่ฝั่งไทยไม่มี

สินค้าปลอดภาษีของลาว

"พระพุทธนวล้านตื้อ พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน"

"หลักกิโลเมตรแม่น้ำโขง" ที่ 890 ที่สามเหลี่ยมทองคำสบรวก.

"ซุ้มประตูโขง" สามเหลี่ยมทองคำริมน้ำแม่โขง ตั้งอยู่ใกล้หลักกิโลเมตรที่สบรวก

"บริเวณลานหน้าพระพุทธนวล้านตื้อ" มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินิยมมาถ่ายรูปเพื่อไว้เป็นที่ระลึก.

นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปถ่ายรูปที่ช้างคู่ไว้เป็นที่ระลึกที่หน้าพระพุทธรูปนวล้านตื้อ

ทางรถและทางเดินขึ้นจุดชมวิว"วัดพระธาตุดอยปูเข้า" บนดอยเชียงเมี่ยง.

"จุดชมวิว" วัดพระธาตุปูเข้าบนดอยเชียงเมี่ยง ที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ของสมบูรณ์ทัวร์ ร่วมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก.

ทางเดินขึ้น"วัดพระธาตุดอยปูเข้า" นี้ สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง

ป้าย "GOLDEN TRIANGLE" ที่อยู่บนวัดป้ายนี้เป็นป้ายเก่าที่สุดของจุดชมวิว แต่ตอนนี้ต้นไม้บังวิวหมด.

"วัดพระธาตุดอยปูเข้า" บนดอยเชียงเมี่ยง ยังมีการจารึกประวัติของวัดและสามเหลี่ยมทองคำให้ศึกษา.

"พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น"(House of Opium) เป็นสถานที่จัดแสดงเครื่องมือและเครื่องใช้ในการสูบฝิ่นของผู้คนในอดีต.

การจัดแสดงภายใน "พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น"

การจัด "นิทัศการรูปภาพฝิ่น" มีภาพไร่ฝิ่นที่มีฝิ่นบานสะพรั่ง.

"เป้ง" เป็นวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการค้า ลูกน้ำหนักที่ใช้กับตาชั่งฝิ่น นิยมทำเป็นรูปสัตว์.

"หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ" มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้สร้าง “หอฝิ่น” เพื่อเป็นแหล่งให้ความรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานและพิษภัยของยาเสพติดที่มีผลต่อสังคมและเศรษฐกิจ.

"หอฝิ่นและอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ"ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250ไร่ เป็นศูนย์แสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของฝิ่น

"อาคารนิทัศการหอฝิ่น" มีการจัดฉายวิดิโอเกี่ยวกับฝิ่นให้นักท่องเที่ยวได้ชม.

"เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน" เกือบทั้งหมดเป็นเขตเมืองเก่าของ "อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน"



"วัดพระธาตุเจดีย์หลวง"

"พระธาตุเจดีย์หลวง" สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน.

"ศาลเจ้าพ่อประตูป่าสัก" ตั้งอยู่ตรงทางเข้าหน้ากำแพงอุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสนเมืองเชียงแสน.

"วัดป่าสัก" มีนักท่องเที่ยวนิยมเข้าเยี่ยมชมวัดป่าสักเป็นจำนวนมาก (ค่าเข้าชม 20บาท)

"เจดีย์ประธาน" ทรงมณฑปยอดระฆังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร ตกแต่งลวดลายปูนปั้นแบบวิจิตรพิศดาร


 เชียงราย - กระเหรี่ยงคอยาว - สามเหลี่ยมทองคำ - เชียงแสน

(ข้อมูลเพิ่มเติม)  

"เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา"

 

สามเหลี่ยมทองคำ  หมายถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย, เขตเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว, และ จังหวัดท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า มีลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน โดยมี แม่น้ำโขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว นับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคนี้ สามเหลี่ยมทองคำในส่วนของประเทศไทย อยู่ในเขต บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน และลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะเห็นหมู่บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่วนทางพม่าซึ่งอยู่ด้านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บ้านหรือสิ่งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ บริเวณดังกล่าวยังเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวก เรียกว่าสบรวก แม่น้ำรวก มีต้นกำเนิดจากภูเขาในสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นพรมแดนธรรมชาติ ระหว่างประเทศไทย กับ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมาร์ มีความ ยาว ประมาณ 26.75 กิโลเมตร ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่บ้านสบรวก หมู่ที่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ มีทิวทัศน์ที่งดงามโดยเฉพาะยามเช้า ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอก

 

เดิมสามเหลี่ยมทองคำเป็นที่รู้จัก ในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอยต่อระหว่างประเทศ แต่ในปัจจุบันมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย สามเหลี่ยมทองคำในส่วนของประเทศไทย อยู่ในเขต บ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน และลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะเห็นหมู่บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่วนทางพม่าซึ่งอยู่ด้านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บ้านหรือสิ่งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ บริเวณดังกล่าวยังเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำโขงและ แม่น้ำรวก นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำและไปถ่ายรูปกับป้าย "สามเหลี่ยมทองคำ" ที่ติดตั้งไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้วย 

พระพุทธนวล้านตื้อ พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน พลิกฟื้นพระเจ้าล้านตื้อ ประวัติศาสตร์ลำน้ำโขงของเมืองเชียงแสน ลำน้ำโขงเป็นสายน้ำใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนสองฝากฝั่ง สายน้ำไหลเชี่ยว ดุดัน จากจีน มุ่งผ่าน พม่า ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ประวัติศาสตร์ ของชาติต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง จึงหนีไม่พ้นสายน้ำแห่งนี้ น้ำโขงไหลผ่านทวีปนี้ราวกับมีชีวิต 10 ปี ไหลไปทางหนึ่ง 100 ปี ไหลไปอีกทางหนึ่ง เปลี่ยนทางไปอีกทางหนึ่ง มีตำนานเล่าว่าถึงเกาะเก่าแก่กลางลำแม่น้ำโขง “เกาะดอนแท่น” เดิมทีเป็นผืนดินในไทยโดยเป็นทีอาศัยของผู้คนเชียงแสนในยุคก่อน เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดกว่า 10 วัด ตามที่ระบุไว้ในพงศาวดาร เมืองงินยางเชียงแสนภาคที่ 61 ที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของ วัดพระเจ้าทองทิพย์ อันเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพทุธรูปสำริดขนาดใหย่ ซึ่งชาวบ้านกล่าวขานนามว่า “พระเจ้าล้านตื้อ คำว่า ตื้อ คือมาตราวัดของชาวล้านนา หมายถึงโกฏิ ดังนั้นคำว่า " ล้านตื้อ" ก็หมายถึงองค์พระนี้มีขนาดและน้ำหนักมาก สันนิฐานว่าองค์พระคงจมลงไปพร้อมกับเการะดอนแท่น ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณน้ำโขงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน ประจักษ์พยานที่เป็นรูปธีทชัดเจนคือ พระรัศมีพระเจ้าล้านตื้อ ซึ่งมีขนาดกว้าง 55 CM สูง 70 CM คาดกันว่าพระรัษมีถูกงมชึ้นมาก่อนปี พ.ศ. 2446 และมีการประมาณว่าพระเจ้าล้านตื้อหากมีอยู่จริง หน้าคักคงกว้างประมาณราว 8.5 m สูง 10 m
อย่างไรก็ตามคำเล่าขานจึงไม่ใช่เรื่องที่ฝังนิ่งอยู่ในตำนานแต่เป็นเรื่องจริงต้องรอคอยว่าวันหนึ่งองค์พระเจ้าล้านตื้อจะกลับมาสู่เมือง วิธีการกลับคืนมาสู่เมืองจะเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตามอย่างใจจดใจ่อ ส่วนจะกลับมาในรุ่นเรา รุ่นลูก หรือรุ่นหลาน หรือกว่านั้น ก็ต้องรอคอยด้วยในอันศรัทธาเหมือนกัน

   

จุดชมวิวของแม่น้ำโขงวัดพระธาตุดอยปูเข้า บนดอยเชียงเมี่ยง  เราสามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้  ยิ่งเป็นช่วงเวลาเช้าขณะพระอาทิตย์ขึ้น จะสวยมาก ยามเช้าแดดทอแสงพออบอุ่น นับเป็นช่วงที่เหมาะมากสำหรับการถ่ายรูปแม่น้ำโขงในยามเช้าเก็บภาพสวยของเรือที่ล่องชมความงามของแม่น้ำโขง ซึ่งที่นี่มีเรือให้เลือกมากมาย ทั้งชนิดมีหลังคาและไม่มีหลังคา.


 

ก่อนที่จะล่องเรือ แนะนำให้แวะนมัสการพระธาตุภูเข้าก่อน เพราะอยู่บนเขาหน้าท่าเรือสามเหลี่ยมทองคำ 

  วัดพระธาตุปูเข้า   ตามเส้นทางเชียงแสน-สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำเล็กน้อย รถยนต์สามารถขึ้นไปต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้ วัดพระธาตุดอยปูเข้านี้สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวกเมื่อ พ.ศ. 1302 ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้วมาเมือง กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งเวียงหิรัญนครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน.

  

นอกจากนี้ยังนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า นอกจากนี้ยังสามารถล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวชมทิวทัศน์มุมกว้าง แวะให้ขึ้นไปชมตลาดปลอดภาษีของลาวที่บ้านดอนซาวของบริเวณสบรวก  หากนักท่องเที่ยวท่านใดต้องการนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงชมทิวทัศน์สามประเทศ เป็นกิจกรรมยอดนิยมอีกอย่างที่สามเหลี่ยมทองคำ มีท่าเรือหางยาวให้บริการล่องลำน้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำสู่  “บ้านดอนซาว” “เกาะดอนทราย”  (ลาว)ล่องลำน้ำโขง ครั้งนี้ จะเป็นการล่องเรือไปยังเกาะดอนทราย โดยลงเรือจากสามเหลี่ยมทองคำชายแดนเหนือสุดประเทศไทย เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาวและพม่าดินแดนสามประเทศที่มีภูมิทัศน์ตรึงตาตรึงใจ  เรือล่องแม่น้ำโขงไปทางเขตพม่าก่อน ผ่านแม่น้ำรวกขึ้นต่อไปจนถึงโรงแรมพาราไดซ์ ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่คนไทยและต่างชาตินิยมเหมาเรือไปเล่นคาสิโน เมื่อมาถึงจุดนี้ เรือหันลำกลับไปทางฝั่งลาว เรือมุ่งหน้าไปยัง บ้านดอนซาว เกาะดอนทราย (ลาว) ซึ่งอยู่ในเขตเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว เรือจะจอดให้นักท่องเที่ยวได้

 

ขึ้นไปชม ”ตลาดลาว” ที่บ้านดอนซาวจุดนี้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าผ่านแดนอัตราคนไทย คนละ 2๐ บาท จะมีโต๊ะเจ้าหน้าที่ของลาวตั้งอยู่บริเวณจุดทางเข้า สินค้าที่วางขายมีทั้งผัก ผลไม้ เหล้า ไวน์ ของที่ระลึกนานาชนิด เช่น ผ้าทอพื้นเมืองของชาวลาว หรือมาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ “บ้านดอนซาว” “เกาะ ดอนทราย” จะจัดงานประจำปีขึ้น ชื่องาน "ดอกงิ้วบาน" มีการแสดงต่าง ๆ ตามแบบวัฒนธรรมของชาวลาวให้ชม และจะได้เห็นดอกงิ้วสีส้มสด บานสะพรั่งไปทั่วเกาะ นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้แปลก ๆ ที่ฝั่งไทยไม่มี หลังจากเลือกซื้อ ข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงเรือเพื่อล่องกลับไปที่สามเหลี่ยมทองคำ.

พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น ( House of Opium ) (ไม่ใช่หอฝิ่น)  เป็นสถานที่จัดแสดงเครื่องมือและเครื่องใช้ในการสูบฝิ่นของผู้คนในอดีต มีทั้งประวัติของสามเหลี่ยมทองคำ สถานที่ ปลูกฝิ่นการปลูกและสูบฝิ่น ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้สูบฝิ่นแสดงให้ชม ส่วนชั้นล่างของบ้านฝิ่นเป็นสถานที่ขายของที่ระลึก

ประวัติความเป็นมาและการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์
         บ้านฝิ่นเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนเล็ก ๆ แต่วัตถุสิ่งของที่จัดแสดงนั้นน่าสนใจมาก ผู้ก่อตั้งคือคุณพัชรี ศรีมัธยกุล ซึ่งเป็นคนเชียงแสนโดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชีวิตเกี่ยวเนื่องกับสามเหลี่ยมทองคำเริ่มต้นจากการเปิดร้านค้าขายของที่ระลึกและของเก่าตำแหน่งของร้านอยู่ต่ำลงมาจากที่ตั้งบ้านฝิ่นในปัจจุบัน ในช่วงปี 2533 คุณพัชรีเริ่มที่จะตระหนักว่า ของเก่าที่ขายอยู่ในร้านจะหมดไปจึงเริ่มความคิดที่จะทำพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ของเก่าที่ตนขาย โดยคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ตั้งชื่อของพิพิธภัณฑ์ให้

การจัดแสดง คุณพัชรีทำการค้นคว้าจากสำนักงาน ปปส. มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหนังสือทุกเล่มที่มีการอ้างอิงข้อมูลที่เกี่ยวกับฝิ่น โดยให้เพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลแปลเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนเทคนิคการจัดแสดงเป็นความช่วยเหลือจากนักศึกษาอาชีวะ   วัตถุสะสมส่วนใหญ่ได้มาจากการตระเวนเข้าไปจนถึงจีนตอนใต้ รวมถึงการค้าของเก่าที่มีของหมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ หากวัตถุใดที่มีคุณค่าสำหรับคุณพัชรี วัตถุจะกลายเป็นงานสะสมสำหรับพิพิธภัณฑ์ และส่วนที่เหลือจะนำขาย และมีการจัดทำบัญชีกำกับ ในขณะนี้มีของที่จัดแสดงประมาณ 300 ชิ้น ส่วนอีกประมาณ 1,680 ชิ้นยังอยู่ในคลัง ด้วยเหตุนี้ ในอนาคตจึงมีโครงการในการขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติม   รายได้ในปัจจุบันยังขึ้นอยู่กับของระลึกและของเก่าที่ขายในส่วนร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งในปัจจุบันยังมีธุรกิจกาแฟเพิ่มเติมมูลค่า

 


             จากนั้น เป็นการบอกเล่าถึงวิถีชีวิตของชาวเขา ด้วยตารางวงจรชีวิตในรอบ 12 เดือน และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกพืชเสพติดดังกล่าว และเป็นการพูดถึงการค้าขายฝิ่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การบอกเล่าดังกล่าวใช้วัตถุที่เกี่ยวข้องกับการค้า ได้แก่ “เป้ง” เน้นในเรื่องของวัตถุสะสมที่มีจำนวนมาก และยังแสดงให้เห็นถึงความงามของตัววัตถุด้วยการพิมพ์ลายนูนลงบนผืนผ้าขาว เพื่อให้เห็นลายที่อยู่บนวัตถุนั้น พร้อมกับส่วนเนื้อหาที่อธิบายถึงรูปสัตว์ที่ใช้ในการประดิษฐ์วัตถุดังกล่าว อย่างไรก็ดี ไม่มีการวิเคราะห์ถึงการเลือกใช้รูปสัตว์ดังกล่าว ในอีกด้านหนึ่ง เป็นการบอกเล่าถึงขบวนการค้ายาเสพติดในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ และ “ขุนส่า” สิ่งจัดแสดงที่น่าสนใจคือ การทำม้าจำลองที่เป็นการจัดแสดงอานม้าบนม้าไม้จำลอง และพยายามสื่อถึงเส้นทางการค้ายาที่เข้ามาจากทางใต้ของจีนสู่ทางเหนือของไทย
          ต่อมา ผู้ชมจะได้เห็นการจำลองการสูบฝิ่นของชาวเขา ที่แสดงผ่านสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะคล้ายบ้านหญ้าคาหรือฟาง และมีหุ่นของผู้สูบฝิ่นอยู่ภายใน ทั้งนี้มีการใช้แผ่นพลาสติกแข็งกั้นมิให้คนเข้าไปในตัวฉากได้ และเชื่อมต่อกับการจัดแสดงกล้องยาสูบจำนวนมากในตู้แสดง และในช่วงสุดท้าย มีการบอกเล่าเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และเนื้อเรื่องบอกเล่าถึงชีวิตในลำน้ำโขง เรือไม้เก่าเป็นสิ่งจัดแสดงหลักในช่วงสุดท้าย ในตอนท้ายนี้สิ่งที่อดชื่นชมไม่ได้ คือ ความคิดที่สร้างตัวปั๊มนูนรูปสัญลักษณ์ของเป้งอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม และเขียนภาษาอังกฤษว่า “I’m here.” ผู้เยี่ยมชมสามารถพิมพ์รูปนี้ลงบนโปสการ์ดที่ทางพิพิธภัณฑ์แจกให้เป็นบัตรเข้าชมนั่นเอง

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ (จ.เชียงราย) 
  เรื่องราวของสามเหลี่ยมทองคำในปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นตำนานเล่าขานซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าครั้งหนึ่งฝิ่นเป็นของถูกกฏหมายในเมืองไทย ต่อเมื่อมีผลกระทบของฝิ่นต่อสังคมโลกเปลี่ยนไป และมีการนำไปใช้ในทางที่ผิด ตำนานของการต่อสู้เพื่อให้ดินแดนแห่งนี้ไร้ซึ่งเงาของมฤตยูสีขาวก็เริ่มขึ้นจนถึงปัจจุบัน หากสนใจเรื่องของ “ฝิ่น”ก็สามารถมาดูกันได้ที่นี่ หอฝิ่นและอุทยานสามเหลี่ยมทองคำตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสน 9 กิโลเมตร เป็นศูนย์แสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของฝิ่นและผลกระทบของการเสพติดฝิ่นและเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆรวมทั้งยาเสพติดประเภทอื่นๆเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในระยะทดลองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้สร้าง “หอฝิ่น” เพื่อเป็นแหล่งให้ความรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานและพิษภัยของยาเสพติดที่มีผลต่อสังคมและเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ช่วยกันต่อต้านยาเสพติดอันร้ายแรงนี้ ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ อันเป็นจุดที่ประเทศไทย ลาว พม่า มาบรรจบกัน และเป็นพื้นที่ๆได้รับกล่าวขานว่า เป็นแหล่งปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และลักลอบนำออกไปขายที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งนอกจากก่อให้เกิดปัญหากับประชากรในพื้นที่แล้ว ยังสร้างปัญหาให้กับประชากรและสังคมโลก โดยรวมอีกด้วย
     กระทั่ง ปี พ.ศ. 2531 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงริเริ่มโครงการที่จะมุ่งพัฒนาพลิกฟื้นที่ และผู้คนที่อยู่อาศัยในแถบนี้ เพื่อหยุดการปลูกและเสพฝิ่นในดินแดนแห่งนี้ รวมทั้ง ปลูกจิตสำนึกให้ร่วมกันต่อต้านยาเสพติด โครงการดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดี ในนามของ โครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งมีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เป็นองค์กรในการดำเนินงาน หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ก็นับว่าเป็นผลสืบเนื่องจากโครงการดังกล่าว

 

 เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง พื้นที่ 5,600 ตารางเมตรแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจาธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้ ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรม ผลกระทบที่เลวร้ายของยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้ มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติด และกรณีศึกษาที่นำเสนอทางเลือกและโอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพติด หอฝิ่นได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์และวีดิทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับและยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก
"การซื้อขายฝิ่นในสมัยก่อนนั้นมีราคาแพงมาก จนฝิ่นได้ฉายาว่า ทองดำ หรือ Black Gold แต่เดิมการซื้อขายมักใช้ทองคำเป็นตัวแลกเปลี่ยน ดังนั้นบริเวณสามเหลี่ยมทองคำจึงมีทองคำแพร่หลาย เนื่องจากการค้าขายฝิ่นมักจะมีหักหลังกันบ่อย ๆ การซื้อขายแลกเปลี่ยนจึงต้องมีการผ่าพิสูจน์ทั้งท่อนฝิ่นและก้อนทองคำ อันเป็นที่มาของชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ"(
สนใจเข้าชมนิทรรศการใน หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เปิดให้เข้าชมทุกวันพฤหัสบดี -วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.30น.ค่าเข้าชม คนไทย 200บาท ต่างชาติ 300บาท เด็กอายุ 12-18 ปี 50 บาท)   

"ถิ่นอมตะ พระเชียงแสน แดนสามเหลี่ยม เยี่ยมน้ำโขง จรรโลงศิลปะ"

 

 อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน หรือเวียงเชียงแสน  คือ เวียง หรือ อาณาเขตที่ถูกล้อมรอบไปด้วย คูน้ำ หรือ กำแพงเมือง ใน คำเมือง เคยมีแคว้นที่สำคัญๆ ตั้งอยู่ ก่อนที่จะมาเป็น อาณาจักรล้านนา ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ บ้านสบคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

หนึ่งในเรื่องราวบนพื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกแม่น้ำโขง
ล้านนาสั่งสมเวลามายาวนาน จากแผ่นดินสู่อีกแผ่นดินหนึ่ง ก่อนเรื่องราวของอาณาจักรล้านนาจะเริ่มขึ้นมีอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่ถือเป็นต้นกำเนิดแห่งอาณาจักรทางตอนเหนือของไทยคือ อาณาจักเชียงแสน พื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงถูกกล่าวขวัญผ่านตำนานประวัติศาสตร์เรื่องราวผูกโยงก่อนอาณาจักรล้านนาจะมีตัวตนเสียอีก เพียงแค่การยืนยันจากหลักฐานทางโบราณสถานที่หลงเหลือไม่อาจรองรับความเก่าแก่ระดับตำนานได้ เวียงหนองหล่ม จึงดำดิ่งไปกับตำนานสถาปัตยกรรมโบราณ เล่าความกลับไปไม่มากนัก ทว่าบ่งบอกเรื่องราวเติมเต็มให้กับล้านนาได้มากมาย

แคว้นที่สำคัญที่สุด และ มีเมืองหลวงอยู่ใน อำเภอเชียงแสน ก็คือ แคว้น โยนกนาคพันธุ์ ซึ่งเป็นแคว้นโบราณที่เก่าแก่ที่สุดบนอาณาจักรล้านนา มีอายุประมาณ 2000 ปี ปัจจุบันนี้ก็คือ ทะเลสาบเชียงแสน และ รอบๆนั้น อีกแคว้นหนึ่งก็คือ แคว้นหิรัญนครเงินยาง ซึ่งเป็นแคว้นผู้ก่อตั้งเวียงเชียงแสน เป็นแคว้นสืบต่อเนื่องจากแคว้นโยนกนาคพันธุ์ และ เป็นถิ่นประสูติของ พระเจ้าเม็งรายมหาราช หรือพ่อขุนเม็งรายหรือพญามังรายเชียงแสนเกิดในราชอาณาจักรล้านนาเป็นเมืองลูกหลวง เป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาตอนบนของอาณาจักรล้านนา จึงมีการสร้างวัดวาอารามมากมายในเมืองนี้

     

 วัดพระธาตุเจดีย์หลวง  ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่าง ๆ 4 องค์

  

วัดป่าสัก  ตั้งอยู่บริเวณประตูเชียงแสนอยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เขตตำบลเวียง  สร้างโดยพญาแสนภู เมื่อ พ.ศ. 1838 และให้ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน 3๐๐ ต้น จึงได้ชื่อว่า "วัดป่าสัก" ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้  พื้นที่ทั้งหมดของวัด 16 ไร่เศษ ประกอบด้วย โบราณ สถาน 22 แห่ง ที่สำคัญที่สุด คือ เจดีย์ประธานทรง มณฑปยอดระฆังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร  ตกแต่งลวดลายปูนปั้นแบบวิจิตรพิศดาร อันถือเป็นฝีมือช่างชั้นครูรูปแบบเจดีย์ ได้รับอิทธิพลจาก หริภุญไชย (เจีดย์เชียงยันและเจดีย์กู่กุด จังหวัดลำพูน ตกแต่งลวดลายชุ่มฝักเพกา ลายประจำยามแบบพุกาม (พม่า) ลายกาลมกรแบบเขมร รูปมารแบบชวา หรือทวารวดี ส่วน พระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย คือ พระสีลา แต่ ลักษณะพระพักตร์เป็นแบบเฉพาะของตนเอง ก่อนเดินทางกลับแวะชม

ทะเลสาบเชียงแสน คงเป็นโปรแกรมสุดท้ายก่อนเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่.

โปรแกรมนี้เรานำเสนอมากเกินกว่าเวลาท่องเที่ยว ท่านสามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้ตามความต้องการ ให้พอดีกับเวลา 

<< กลับหน้าเดิม   



Tour rate :

จำนวน 

<< ย้อนกลับ  
   
 
 
 
© 2006, Somboon Tour
This website is designed & develloped by Chiangmaizone dot com

Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0