ค้นหาด่วน :
www.somboontours.com
 
 
 
ภาพคลิปวีดีโอ ทัวร์ :
   
ทัวร์ช้าง 1
ทัวร์ช้าง 2
หยกและอัญมณี
กระเหรี่ยงคอยาว
การทอผ้าไหมไทย
   



เข้ามาบริหารต่อได้เลยไม่ต้องทำอะไรแล้ว. ADMINISTRATION CAN NOT DO IT THEN.

ด้วยเส้นทางที่โรแมนติกมหัศจรรย์สุดแสนจะหวาดเสียว มีวิวสวยๆบนดอยสูงๆสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยวันเดียว

คอนโด"สำหรับขาย" ในเมืองเชียงใหม่ พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที. CONDOMINIUM FOR "SALES" HAVE MANY ROOMS..

หากมาเชียงใหม่ต้องชิมข้าวซอยหากไม่ได้ขึ้นดอยเหมือนไม่ได้มาเชียงใหม่ไปต่อที่ศูนย์หัตถกรรมบ้านบ่อสร้าง

สำหรับท่านผู้ที่มีเวลาน้อยชม..การวาดลวดลายบนร่ม,ทอผ้าไหม,ประดิษฐ์เครื่องเงินและอัญมณี,แกะสลักไม้สัก.

โปรแกรมทัวร์์  :  TCR 004
.หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร
"ถ้ำเชียงดาว" ถ้ำคืออาณาจักรแห่งความลี้ลับ!!
"วัดท่าตอน" อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
TCR 004 :  “กระเหรี่ยงคอยาว”
TCR 004 : 
TCR 004 :  “ถ้ำปลา”
TCR 004 :  “แม่สาย”
TCR 004 :  “สามเหลี่ยมทองคำ”
TCR 004 : 
 
Back Page  
Code : TCR 004 

รายละเอียด "อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน"


 
"อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน" ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

"เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน" เกือบทั้งหมดเป็นเขตเมืองเก่าของ "อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน"

"ศาลเจ้าพ่อประตูป่าสัก" ตั้งอยู่ตรงทางเข้าหน้ากำแพงอุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสนเมืองเชียงแสน.

"วัดป่าสัก" มีนักท่องเที่ยวนิยมเข้าเยี่ยมชมวัดป่าสักเป็นจำนวนมาก (ค่าเข้าชม 20บาท)

"พญาแสนภู"เมื่อพ.ศ.1838 และให้ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน300 ต้น จึงได้ชื่อว่า"วัดป่าสัก"

"เจดีย์ประธาน"ทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน

"วิหารปัจจุบัน" เป็นวิหารที่สร้างขึ้นคร่อมฐานวิหารเดิมเพื่อใช้เพียงชั่วคราว

มีพระพุทธรูป "ปางพิชิตมาร" ประดิษฐานอยู่ภายใน

"บริเวณวัดพระธาตุเจดีย์หลวง"







"ทะเลสาบเชียงแสน" (เขตห้ามล่าสัตว์หนองบงคาย)

ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลโยนก ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน และตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

หนองน้ำธรรมชาติ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเนินเขา



 "อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสน"

รายละเอียด

 "ถิ่นอมตะ พระเชียงแสน แดนสามเหลี่ยม เยี่ยมน้ำโขง จรรโลงศิลปะ"

 

 "อุทยานประวัติศาสตร์เชียงแสนหรือเวียงเชียงแสน"  คือ เวียง หรือ อาณาเขตที่ถูกล้อมรอบไปด้วย คูน้ำ หรือ กำแพงเมือง ใน คำเมือง เคยมีแคว้นที่สำคัญๆ ตั้งอยู่ ก่อนที่จะมาเป็น อาณาจักรล้านนา ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ บ้านสบคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

"หนึ่งในเรื่องราวบนพื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง"

 

ล้านนา สั่งสมเวลามายาวนาน จากแผ่นดินสู่อีกแผ่นดินหนึ่ง ก่อนเรื่องราวของอาณาจักรล้านนาจะเริ่มขึ้นมีอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่ถือเป็นต้นกำเนิดแห่งอาณาจักรทางตอนเหนือของไทยคือ อาณาจักเชียงแสน พื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงถูกกล่าวขวัญผ่านตำนานประวัติศาสตร์เรื่องราวผูกโยงก่อนอาณาจักรล้านนาจะมีตัวตนเสียอีก เพียงแค่การยืนยันจากหลักฐานทางโบราณสถานที่หลงเหลือไม่อาจรองรับความเก่าแก่ระดับตำนานได้ เวียงหนองหล่ม จึงดำดิ่งไปกับตำนานสถาปัตยกรรมโบราณ เล่าความกลับไปไม่มากนัก ทว่าบ่งบอกเรื่องราวเติมเต็มให้กับล้านนาได้มากมาย แคว้นที่สำคัญที่สุด และ มีเมืองหลวงอยู่ใน อำเภอเชียงแสน ก็คือ แคว้น โยนกนาคพันธุ์ ซึ่งเป็นแคว้นโบราณที่เก่าแก่ที่สุดบนอาณาจักรล้านนามีอายุประมาณ 2000 ปี ปัจจุบันนี้ก็คือ ทะเลสาบเชียงแสน และ รอบๆนั้น อีกแคว้นหนึ่งก็คือ แคว้นหิรัญนครเงินยาง ซึ่งเป็นแคว้นผู้ก่อตั้งเวียงเชียงแสน เป็นแคว้นสืบต่อเนื่องจากแคว้นโยนกนาคพันธุ์และเป็นถิ่นประสูติของ พระเจ้าเม็งรายมหาราช หรือพ่อขุนเม็งรายหรือพญามังรายเชียงแสนเกิดในราชอาณาจักรล้านนาเป็นเมืองลูกหลวงเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาตอนบนของอาณาจักรล้านนาจึงมีการสร้างวัดวาอารามมากมายในเมืองนี้

  

"วัดป่าสัก"  ตั้งอยู่บริเวณประตูเชียงแสนอยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 1 กิโลเมตร เขตตำบลเวียง  สร้างโดยพญาแสนภู เมื่อ พ.ศ. 1838 และให้ปลูกต้นสักล้อมกำแพงจำนวน 3๐๐ ต้น จึงได้ชื่อว่า "วัดป่าสัก" ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้  พื้นที่ทั้งหมดของวัด 16 ไร่เศษ ประกอบด้วย โบราณ สถาน 22 แห่ง ที่สำคัญที่สุด คือ เจดีย์ประธานทรง มณฑปยอดระฆังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร  ตกแต่งลวดลายปูนปั้นแบบวิจิตรพิศดาร อันถือเป็นฝีมือช่างชั้นครูรูปแบบเจดีย์ ได้รับอิทธิพลจาก หริภุญไชย (เจีดย์เชียงยันและเจดีย์กู่กุด จังหวัดลำพูน ตกแต่งลวดลายชุ่มฝักเพกา ลายประจำยามแบบพุกาม (พม่า) ลายกาลมกรแบบเขมร รูปมารแบบชวา หรือทวารวดี ส่วน พระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากสุโขทัย คือ พระสีลา แต่ ลักษณะพระพักตร์เป็นแบบเฉพาะของตนเอง

     

 "วัดพระธาตุเจดีย์หลวง"  วัดพระธาตุเจดีย์หลวง เป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ในเมืองเชียงแสน ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองเชียงแสน ติดกับบริเวณพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสน เลขที่ 635/3 บ้านเวียง หมู่ที่ 3 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นในสมัยพญาแสนภู กษัตริย์ราชวงศ์มังราย โดยสร้างขึ้นหลังจากที่ทรงโปรดฯให้สร้างเมืองเชียงแสน ขึ้นที่บริเวณเมืองเงินยางเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 1834 ( สร้างเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ. 1831 ) ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือ ประชุมพงศาวดารภาคที่ 16 แต่จากหนังสือ ชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวว่าพญาแสนภูทรงสร้างเมืองเชียงแสนเมื่อ พ.ศ. 1871 เนื่องจากพระเจ้าแสนภูทรงครองเมืองเชียงแสนถึง 2 ครั้ง คือ ในช่วงปี พ.ศ. 1831 - 1856 กับช่วงที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 1875 - 1877 ตามตำนาน และประชุมพงศาวดารยังกล่าวอีกว่าพญาแสนภูทรงสร้างพระเจดีย์ทรงกลม ฐานล่างสุดเป็นรูปแปดเหลี่ยมแบบพื้นเมืองรุ่นแรกขึ้นที่ด้านหลังของพระวิหาร ลักษณะซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปจนถึงยอดสุด มีความกว้าง 34 เมตร สูง 59 เมตร และมีฐานบัวลูกแก้ว 2 ชั้น ต่อหน้ากระดาน ชั้นมาลัยลูกแก้วแบบชั้นแว่นฟ้า ต่อบัวปากบานรับองศ์ระฆังสู่ปล้องไฉนและปลียอด ถือเป็นต้นแบบพระเจดีย์รุ่นหลังในเมืองเชียงแสน อนึ่ง ทางด้านหน้าองค์พระธาตุมีวิหารกว้าง 17 เมตร สูง 39 เมตร ซึ่งต่อมาพระเมืองแก้วตรัสสั่งให้ขุดฐานพระเจดีย์องค์เดิมแล้วก่อพระเจดีย์องค์ที่เห็นในปัจจุบันขึ้นในปี พ.ศ. 2058 จากนั้น ประมาณปี พ.ศ. 2500 - 2501 ทางกรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งบูรณะองค์พระเจดีย์ให้มีสภาพดีขึ้น ส่วนวิหารเก่าของวัดเจดีย์หลวงยังมีร่องรอยของเจดีย์ล้อมรอบอยู่ด้วย สำหรับวิหารที่เห็นในปัจจุบัน เป็นวิหารที่สร้างขึ้นคร่อมฐานวิหารเดิมเพื่อใช้เพียงชั่วคราว มีพระพุทธรูปปางพิชิตมารประดิษฐานอยู่ภายใน และพระพุทธรูปที่ว่านี้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นพร้อมๆ กับวิหารพระเจดีย์เดิม แม้ว่าภายหลังจะทำการบูรณะใหม่แต่ก็ไม่งดงามเท่ากับของเดิม อาคารเสนาสนะของวัดเจดีย์หลวงประกอบด้วยศาลาการเปรียญและกุฏิสงฆ์ ปูชนียวัตถุคือพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น 1 องค์ สิ่งสำคัญของวัดที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว ได้แก่ เจดีย์ทรงกลมแบบพื้นเมืองรุ่นแรกๆ ซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์พระประธานของวัด ลักษณะที่แปลกกว่าเจดีย์ที่เห็นกันอยู่โดยทั่วไป คือการประดับบัวที่ฐาน การเลือกใช้ชนิดของฐาน ตลอดจนลวดบัวในส่วนยอด สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์องค์นี้ในเมืองเชียงแสนยุคหลังๆ นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์ เล็กๆ อีก 3 องค์ วิหาร ตลอดจนซากเจดีย์ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาพร้อมๆ กัน ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ถ้าหากว่าโบราณสถาน โบราณวัตถุเหล่านี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้ว ความงดงามของศิลปะจะคงอยู่ และให้คนรุ่นหลังได้สักการบูชาพร้อมทั้งศึกษาค้นคว้าต่อไป.ก่อนเดินทางกลับแวะชม

เชียงแสนแดนเก่าแก่.. ชื่นใจแท้แลสูรย์ลา.. แจ่มแสงแจ้งทาบทา.. ทะเลสาบอาบสีทอง..

"เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย หรือทะเลสาบเชียงแสน" เป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลโยนก ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน และตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน ตามทางสายเชียงแสน-แม่ จันไปประมาณ 5 กิโลเมตร แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักดูนก เพราะเป็นถิ่นอาศัยของนกน้ำและนกทุ่งจำนวนมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว นกหายากอพยพมาอาศัยที่ทะเลสาบแห่งนี้ เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น เดิมเป็นหนองน้ำธรรมชาติ ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเนินเขา ต่อมาทางราชการได้สร้างเขื่อนกั้นทางน้ำ จึงทำให้เกิดเป็นทะเลสาบย่อย ๆ ขึ้น มีพื้นที่ประมาณ 2,711 ไร่ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ทะเลสาบเชียงแสน” เป็นที่อาศัยหากินของสัตว์ป่า คุ้มครองชนิดต่างๆ โดยเฉพาะพวกนกน้ำ เช่น นกเป็ดแดง นกเป็ดผี นกอีลุ้ม นกอีล้ำ นกอีโก้ง นกกวักนกกระสานวล เป็นต้น ตลอตจนนกกระยางชนิดต่างๆประกอบกับภูมิประเทศมีทิวทัศน์ที่สวยงาม จึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ประกาศให้บริเวณพื้นที่หนอง- บงคายเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2528 เพื่อดำเนินการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าในบริเวณนี้ให้ดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยตลอดไป และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับดูนก ตกปลา ปั่นจักรยาน ริมทะเลสาบมีร้านอาหารและที่พัก



คงเป็นโปรแกรมสุดท้ายก่อนเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่.

กลับหน้าเดิม



Tour rate :

จำนวน 

<< ย้อนกลับ  
   
 
 
 
© 2006, Somboon Tour
This website is designed & develloped by Chiangmaizone dot com

Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0