ค้นหาด่วน :
www.somboontours.com
 
 
 
ภาพคลิปวีดีโอ ทัวร์ :
   
ทัวร์ช้าง 1
ทัวร์ช้าง 2
หยกและอัญมณี
กระเหรี่ยงคอยาว
การทอผ้าไหมไทย
   



เส้นทางคลุกคลักคดเคี้ยว.ต้องบีบแตรทุกโค้ง.เพราะชาวม้งขับรถวั้ยไว..คือเส้นทางของดอยปุย-ขุนช่างเคี่ยน

ด้วยเส้นทางที่โรแมนติกมหัศจรรย์สุดแสนจะหวาดเสียว มีวิวสวยๆบนดอยสูงๆสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยวันเดียว

คอนโด"สำหรับขาย" ในเมืองเชียงใหม่ พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที. CONDOMINIUM FOR "SALES" HAVE MANY ROOMS..

สำหรับท่านผู้ที่มีเวลาน้อยชม..การวาดลวดลายบนร่ม,ทอผ้าไหม,ประดิษฐ์เครื่องเงินและอัญมณี,แกะสลักไม้สัก.

เป็นตำนานการให้บริการนำเที่ยวเกิน 12ปี มีผลงานที่ดี ให้ความสูขสมใจ และความปลอดภัยในการเดินทาง

โปรแกรมทัวร์์  :  Code TBT 011
Code :TBT 011 :  บ้านม้งดอยปุยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
Code : TBT 011 :  โรงงานกล้วยไม้หยก
Code : TBT 011 :  วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร
 
Back Page  
Code : Code :TBT 011  บ้านม้งดอยปุยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ไปดอยปุย ลุยบ้านม้ง


 
ยังไม่ได้เพิ่มรูป

 บ้านม้งดอยปุยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (รายละเอียด)

บ้านม้ง ดอยปุย ก็เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่ง ซึ่งที่นี่ ก็มีชาวบ้านมาขายของที่ระลึกมากมาย มีเครื่องประดับ เสื้อผ้าอาภรณ์ มีชุดชาวเขาให้เช่าถ่ายภาพด้วย คนชอบสมุนไพร ก็มีให้บริหาร ตลอดทั้งน้ำผึ้งบนยอดดอย ก็มีให้ซื้อเป็นของที่ระลึกนอกจากนั้นก็มีสวนดอกไม้สวยๆให้เดินชม คนที่ขยันเดิน ก็ได้เห็นหลายอย่างณ หมู่บ้านแห่งนี้ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เส้นทางย้อนอดีตสู่ชุมชนวัฒนธรรมม้ง” กับการชมสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จฯ บ้านดอยปุย , สวนดอกไม้ , พิพิธภัณฑ์ชาวเขา “เส้นทางชมธรรมชาติ”

 เที่ยวชมสวนน้ำตก , การใช้หน้าไม้ , สำนักสงฆ์ดอบปุย และ”เส้นทางดอยเกษตรและภูมิปัญญาชนเผ่าม้ง” ชมแปลงเรียนรู้โครงการขยายผลโครงการหลวงดอยปุย , การปั่นเส้นใยกัญชง , การทอผ้ากัญชง , การเขียนลายผ้าด้วยเทียน , การย้อมผ้ากัญชง และการปักผ้าม้ง เป็นต้น

“บ้านม้งดอยปุย” เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง 700 – 1,685 เมตร ที่ก่อตั้งมากว่า 50 ปี ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2489 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านไปหนึ่งปี มีชาวม้งอพยพเข้ามาอยู่ก่อน เรียกชื่อหมู่บ้านว่า “หมู่บ้านปานขมุก” ต่อมาได้มีชาวม้งจำนวน 3 ครอบครัว คือนายชงหลื่อ แซ่ว่าง , นายไซหลื่อ แซ่ลี และนายจู้สืบ แซ่ว่าง เข้ามาทำไร่และตั้งบ้านเรือน และมีชาวม้งและชาวจีนฮ่อ นำโดยนายเลาป๊ะ แซ่ย่าง อพยพหนีการปราบปรามยาเสพติดจากบ้านป่าคา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มอีก 30 ครัวเรือน จึงทำให้หมู่บ้านใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นหมู่บ้านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้เมืองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน

ชุมชนชาวม้งบ้านดอยปุย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ระหว่างเขตติดต่ออำเภอแม่ริมและอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมหมู่บ้านดอยปุยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นของชุมชนชาวเขาเผ่าม้ง ในปี พ.ศ. 2490 ชุมชนยังตั้งรกรากอยู่ที่บ้านปางป่าคา ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาปี พ.ศ. 2496 – 2497 ทางการได้ส่งทหารเข้ามาปราบปรามยาเสพติดที่หมู่บ้างปางป่าคา      เนื่องจากได้มีกลุ่มจีนฮ่อค้าฝิ่นได้เข้ามาอยู่ปะปนกับชาวบ้าน และเมื่อสิ้นสุดการปราบปราม หมู่บ้านปางป่าคาก็ได้ล่มสลายไปในที่สุด ชาวบ้านซึ่งได้รับผลกระทบ และได้อพยพชุมชนเข้ามาตั้งรกรากอยู่ ณ บ้านดอยปุยในปัจจุบัน 

 

ในปี พ.ศ. 2500 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 5 (ค่ายดารารัศมี) ได้เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาหมู่บ้าน โดยจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือให้กับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ภาษาไทยและอ่านออกเขียนได้ และต่อมาการพัฒนาหมู่บ้านได้ทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานโรงเรียนส่วนพระองค์แก่หมู่บ้าน โดยพระราชทานชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์   และเปิดทำการสอนอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2507 นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2506 พระองค์ได้แนะนำอาชีพใหม่ด้านเกษตรกรรมแก่ชาวบ้าน และได้พระราชทานพันธุ์ลิ้นจี่ให้กับชาวบ้านโดยพระราชทานครัวเรือนละ 16 ต้น เพื่อปลูกและขยายพันธุ์ ชาวบ้านจึงได้ลดการปลูกฝิ่นและหันมาปลูกไม้ผลแทน และเลิกการปลูกฝิ่นโดยสิ้นเชิงในปี พ.ศ. 2515  เมื่อหมู่บ้านได้รับแนวทางการพัฒนาจากพระองค์ท่านแล้ว หมู่บ้านได้ถือปฏิบัติตลอดมา และพระองค์ยังได้รับสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ฝ่ายปกครอง) สำรวจประชากรของหมู่บ้านและให้สัญชาติไทยแก่หมู่บ้านและชาวบ้าน ในปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา  และหมู่บ้านยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุทนทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนค่ายราดารัศมี เพื่อเป็นกองทุนหมู่บ้านในการสร้างอาชีพด้านการค้าขาย เมื่อปี พ.ศ. 2510 จึงทำชาวบ้านรู้จักการค้าขายตั้งแต่บันนั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันมีแผงขายของ มีบ้าน และมีสวนลิ้นจี่เป็นของตนเองและสามารถปรับตัวทางวัฒนธรรมให้เป็นม้งอย่างสมบูรณ์ 

  เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เคยถูกแผ้วถางเพื่อปลูกฝิ่น ต่อมามีการปลูกไม้ผล และพื้นที่รอบๆ หมู่บ้านได้รับการอนุรักษ์ให้ฟื้นฟูเป็นป่ารุ่นสองขึ้นมาใหม่ ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 35 ปี ป่าไม้ได้เจริญจนเป็นป่าดิบเขาหรือกลายเป็นป่ารุ่นแรก (PrimaryForest) 
  พื้นดินส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแกรนิตและหินเชล (Shale) หน้าดินลึกและร่วนมาก ตามสันเขาที่แห้งแล้งเป็นทรายสีเทา ตามหุบเขาเป็นดินโลม (Loam) สีน้ำตาลแดง มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

 

  บนยอดดอยมีฝนตกโดยเฉลี่ยปีละ 1000 – 2000 มม. มีฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม และมีฝนตกเพียงเล็กน้อย สำหรับในช่วงเดือนมกราคม หลังจากฝนทิ้งช่วงมีอุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส และในเดือนมีนาคม มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ดอกสีที่งดงามเมื่อยามเห็นของฝิ่นเป็นเหยื่อล่อแมลงให้อยากเข้ามาลองสูดดม แต่หากสูดดมทุกวันพิษเหล่านั้นก็จะแทรกซึมสู่ร่างกายบั่นทอนชีวิต  ก็เหมือนกับผู้หญิง ในความสวยงามย่อมซ่อนพิษไว้ คนเสพจะมีความสุขในระยะเริ่มต้นเสมอ กว่าจะรู้ว่ามัวแต่หลงรักก็สายเกินจะแก้ไขเยียวยาได้ทัน 

   ผมนึกถึงเพลงดอกฝิ่นของอาจรัล มโนเพชร ขึ้นมา ใครเคยฟังบ้าง..ดอกฝิ่นดูอ่อนไหว ต้องลมแกว่งไกว บานในหมอกหนา สีขาวสะอาดตา ผู้คนเสาะหากันใหญ่ เขาสูงเยี่ยมเทียมฟ้า และอากาศหนาวโน่นไง คือถิ่นก่อกำเนิดไว้ เลื่องลือกันทั่วไปมีภัยน่ากลัว ฝิ่น.. ฝิ่น.. ฝิ่น.. ฝิ่น..

โชคดีที่ดอยปุยอยู่ในพื้นที่อากาศค่อนข้างเย็น พืชผลที่ออกมาจึงมีคุณภาพค่อนข้างจะสูง ทำให้พ่อค้าคนกลางอยากเดินทางมารับไปขายที่ในเมือง กอปรกับดอยปุยเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจจึงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาปรับเปลี่ยนให้หมู่บ้านธรรมดาแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุ-รักษ์ เมื่อชาวม้งมีรายได้มากขึ้น เด็กและผู้ใหญ่มีงานทำ การปลูกฝิ่นจึงค่อยๆ หายไป จนเหลือแค่แปลงทดลองขนาดย่อมแห่งนี้ที่ปลูกไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวิธีการปลูกฝิ่น ชมพัฒนาการของต้นฝิ่นและดอกฝิ่นอย่างใกล้ชิด เมื่อสมัยแม่อุ๊ยเป็นเด็ก ชาวบ้านดอยปุยเกือบทุกบ้านนิยมปลูกฝิ่นกันยาเสพติดเลยระบาดเร็วมาก พระเจ้าอยู่หัวจึงให้ทางการเข้ามาให้ความรู้ทางการเกษตรเปลี่ยนจากปลูกฝิ่นมาปลูกพืชสวนครัวขายแทน ตั้งแต่นั้นมาชาวเขาก็หันมาทำมาหากินแบบพอเพียง ปลูกผักขาย   เย็บรองเท้าขาย เย็บเสื้อผ้าขายบ้าง แล้วแต่ใครมีฝีมือทำ
อะไร
 

กลับหน้าเดิม



Tour rate :

จำนวน 

<< ย้อนกลับ  
   
 
 
 
© 2006, Somboon Tour
This website is designed & develloped by Chiangmaizone dot com

Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0